โครงการด้วยรักและห่วงใย
ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามราชกุมารี (Love and Care Project)
Untitled Document
ประวัติความเป็นมาโครงการ

 โครงการด้วยรักและห่วงใย 

ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

๑.  การริเริ่มโครงการ

          โครงการด้วยรักและห่วงใย เริ่มก่อตั้งโครงการขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐  ในพื้นที่
อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย  ซึ่งเป็นอำเภอที่ห่างจากตัวจังหวัดมากที่สุด ระยะทางห่างจากตัวจังหวัด ๒๓๔ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ที่เลียบฝั่งแม่น้ำโขง ผ่านอำเภอโพนพิสัย อำเภอบึงกาฬ(จังหวัดบึงกาฬในปัจจุบัน) เข้าสู่อำเภอเซกา สภาพความแร้นแค้นแทบจะทุกด้าน คือความแตกต่างของสังคมชนบทกับสังคมเมือง ที่จุดประกายให้เกิดแนวคิดที่ช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่อำเภอเซกา โดยการริเริ่มของอาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ

ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ  อาจารย์ทางโรงเรียนจิตรลดา ได้ติดตามสามีที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งปลัดอาวุโสอำเภอเซกา ที่เป็นชุมชนขนาดเล็กและมีสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากกรุงเทพมหานครโดยสิ้นเชิง ทั้งด้านสาธารณูปโภคและความแร้นแค้น สร้างความสะเทือนใจให้คณะที่เดินทางมาส่งและที่มาเยี่ยมเยือน อาทิ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์  ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ และคณะครูโรงเรียนจิตรลดา  จึงรวบรวมเงินสิ่งของ เสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภคส่งผ่านทางอาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ ซึ่งได้ลาออกจากการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนจิตลดา มาสอบบรรจุเข้ารับราชการครูที่จังหวัดหนองคาย และมาปฏิบัติราชการที่หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเซกา เพื่อนำสิ่งของเหล่านั้นบริจาคแก่เด็กๆ ที่ขาดแคลนในพื้นที่อำเภอเซกา และในส่วนที่เป็นเงินก็จัดสรรให้โรงเรียนที่มีความสนใจและตั้งใจจริงที่จะดูแลแก้ปัญหานักเรียน นำไปจัดทำอาหารกลางวันให้นักเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน และนักเรียนที่ขาดสารอาหาร ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรีโดยมีเงื่อนไขว่าให้ฝึกให้นักเรียนเหล่านั้นช่วยเหลือโรงเรียนเท่าที่ความสามารถเขาจะทำได้ เช่นงานปัดกวาดเช็ดถู ดูแลห้องสมุด  หรือช่วยล้างถ้วยชาม เป็นต้น ในระยะเริ่มแรกมีโรงเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน ๑๒ โรงเรียน  

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเซกา โดยการนำของนายธรรมนูญ เจริญดี หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเซกา นายประเวศ รัตนวงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเซกา นายสุรเวท สุกทน ศึกษานิเทศก์อำเภอเซกา และอาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ ได้ร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดสารอาหาร และขาดแคลนอาหารกลางวันอย่างจริงจัง ภายใต้ชื่อโครงการ “ด้วยรักและห่วงใย” โดยอาศัยเงินทุนสนับสนุนจากคณะครูโรงเรียนจิตลดา และการระดมทุนทรัพย์ในพื้นที่อำเภอเซกาที่มีนายประกิต กันยาบาล นายอำเภอเซกา และอาจารย์พวงเพชร  กันยาบาล นายกกิ่งกาชาดอำเภอเซกา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอเซกาในขณะนั้น เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการระดมทุน

          ต่อมา ความทราบถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากคำกราบบังคมทูลของ หม่อมราชวงศ์เฉลิมลักษณ์ จันทรเสน และพระอาจารย์ที่โรงเรียนจิตรลดา จึงโปรดเกล้าฯ ให้อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ  เข้าเฝ้าถวายรายงานถึงสภาพของเด็กๆ ในพื้นที่ของอำเภอเซกา หลังรับฟังการถวายรายงานและทอดพระเนตรภาพถ่ายชีวิตความเป็นอยู่ประกอบกับการที่พระองค์เคยเสด็จเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโนนสำราญ ในพื้นที่อำเภอเซกามาแล้วเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ด้วยพระเมตตาอันหาสุดมิได้ ทรงตรัสว่า ฝากสตางค์ไปทำอาหารกลางวันให้เด็กทีและได้ทรงรับโครงการไว้ในพระอุปถัมภ์ภายใต้ชื่อโครงการว่า โครงการด้วยรักและห่วงใยจึงเกิดโครงการด้วยรักและห่วงใยตามน้ำพระราชหฤทัยนับจากนั้นเป็นต้นมา และในครั้งแรกได้พระราชทานพระราชทรัพย์ จำนวน  ๖๐,๐๐๐ บาท  คณะข้าราชบริพาร และผู้ใกล้ชิด โดยเสด็จพระราชกุศลอีก ๓๓,๔๗๐ บาท  ชาวอำเภอเซการ่วมเดินการกุศลถวายเป็นเงิน ๒๙,๑๔๖.๕๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๒,๖๑๖.๕๐ บาท

                    ในระยะเริ่มแรกของการดำเนินการ  ได้จัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนขาดแคลนอาหารกลางวันและนักเรียนที่ขาดสารอาหาร ภายใต้โครงการด้วยรักและห่วงใย   โดยดำเนินการใน  ๔ โครงการย่อย ดังนี้

๑. โครงการด้วยรักและห่วงใย ๑ “อาหารกลางวันเพื่อนักเรียนยากจนและขาดสารอาหาร”

    เป็นโครงการแก้ปัญหาสภาพการขาดสารอาหารของนักเรียนในโรงเรียนที่จัดกิจกรรมอาหารกลางวันอยู่แล้ว  โดยจ่ายเงินให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนปีละ  ๒๕๐  บาทต่อคน  เพื่อซื้ออาหารกลางวันจากโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนตลอดปีการศึกษา  มีจำนวนนักเรียนในโครงการทั้งสิ้น  ๑๐๒  คน  จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น ๙ โรงเรียน

๒. โครงการด้วยรักและห่วงใย  ๒  “ผลิตนมถั่วเหลืองเพื่อเด็กขาดสารอาหาร”

     เป็นโครงการทดลองปลูกถั่วเหลือง เพื่อทำนมถั่วเหลืองเพื่อบริการเด็กที่ขาดสารอาหาร  โดยได้ดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนที่มีพื้นที่ในการปลูกถั่วเหลืองและพืชชนิดอื่น  โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการคือ  โรงเรียนชุมชนบ้านซาง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

๓. โครงการด้วยรักและห่วงใย  ๓  “เลี้ยงเป็ดและไก่เพื่อการพึ่งตนเอง”

     เป็นโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่นักเรียนเพื่อให้นักเรียนรู้จักการพึ่งตนเอง โดยจัดหาพันธุ์เป็ดและไก่แม่พันธุ์  แจกให้เด็กกลุ่มเป้าหมายนำไปเลี้ยงที่บ้านให้นักเรียนและผู้ปกครองร่วมกันดูแลรักษา นักเรียนสามารถนำไข่เป็ด ไข่ไก่ไปใช้ประกอบอาหารและหรือจำหน่ายลูกเป็ด ลูกไก่เป็นรายได้เสริมระหว่างเรียน  โครงการนี้มีโรงเรียนที่สมัครเข้าโครงการ ๔ โรงเรียน

๔. โครงการด้วยรักและห่วงใย ๔ “ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่ออาหารกลางวัน”

     เป็นโครงการส่งเสริมให้นักเรียนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่ออาหารกลางวัน ที่พัฒนารูปแบบและวิธีการจากโครงการย่อยที่  ๒  และ ๓  โดยส่งเสริมให้มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ภายในโรงเรียนเพื่อความสะดวกต่อการควบคุม  กำกับและติดตาม  มีโรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการในระยะเริ่มต้น ๑๐ โรงเรียน และขยายผลเพิ่มในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ - ๒๕๓๒ อีก ๔ โรงเรียน รวมเป็น ๑๔ โรงเรียน และ โรงเรียนดังกล่าวยังคงดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย
                     ๑. ชุมชนบ้านซาง
                     ๒. บ้านดงกะพุงหนองนาแซง
                     ๓. บ้านโนนเหมือดแอ่
                     ๔. บ้านเหล่าคาม
                     ๕. หนองทุ่มวิทยา
                     ๖. บ้านหนองแก่งทราย
                     ๗. บ้านบ่อพนา
                     ๘. บ้านตาลเดี่ยว
                     ๙. บ้านซ่อมกอก
                   ๑๐. บ้านเหล่าหนองยาง
                   ๑๑. บ้านท่าเชียงเครือ
                   ๑๒. บ้านป่งไฮราษฎร์สามัคคี
                   ๑๓. บ้านหัวแฮต
                   ๑๔. บ้านศิริพัฒน์

          ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมอบหมายให้ นายพิสิษฐ์ ศศิผลิน เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโครงการด้วยรักและห่วงใยในพื้นที่อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย โดยมีนายอำเภอเซกา และคณะผู้บริหารสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเซกา พร้อมด้วยอาจารย์ศศิวิมล  นพสุวรรณ ให้การต้อนรับและนำลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการที่โรงเรียนชุมชนบ้านซาง  โรงเรียนบ้านซ่อมกอก โรงเรียนบ้านเหล่าคาม และโรงเรียนบ้านหนองแก่งทราย เป็นต้น

หลังจากได้การถวายรายงานผลการดำเนินงานจากนายพิสิษฐ์ ศศิผลิน แล้ว ทรงรับทราบถึงความอุตสาหะ วิริยะ ที่คณะครูและนักเรียนร่วมกันดำเนินงานด้วยความเสียสละ ทรงพระเมตตาให้ อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ เบิกพระราชทรัพย์มาใช้ดำเนินงานตามความจำเป็นและทรงมอบหมายให้นายพิสิษฐ์ ศศิผลิน เป็นที่ปรึกษาโครงการ ดังนั้น จึงถือได้ว่า ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นปีเริ่มต้นการดำเนินงานโครงการด้วยรักและห่วงใยอย่างแท้จริง

          ในวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ทรงประชุมเตรียมการให้นางศศิวิมล นพสุวรรณ และนายพิสิษฐ์ ศศิผลิน นำโครงการด้วยรักและห่วงใยไปใช้ในการบรรยายเรื่อง “โครงการอาหารกลางวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี” ให้นิสิตภาควิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุด ทรงเสด็จเยี่ยมพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานงาน พระราชทานข้อแนะนำในการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิต

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ไม่เพียงแต่ทรงห่วงใยเฉพาะนักเรียนเท่านั้นยังทรงสนพระทัยสอบถามถึงการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลา และเป็นพระกรุณาอันล้นพ้นที่ทรงโปรดให้คณะผู้บริหาร ครู – อาจารย์ของโรงเรียนในโครงการทั้งหมดเข้าเฝ้าถวายรายงาน ณ พระตำหนักจิตรลดาเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๑ ทำให้คณะครูผู้ปฎิบัติงานมีกำลังใจที่จะดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนตามพระประสงค์ต่อไป ยิ่งกว่านั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในการดำเนินงานโครงการอย่างใกล้ชิด โดยทรงเสด็จดำเนินเยี่ยมโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใยเป็นประจำ และทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะครูในขณะที่ทรงทอดพระเนตรแต่ละกิจกรรมของโรงเรียน ซึ่งเป็นพระราชดำรัสที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เช่น

          “การปลูกต้นไม้จะช่วยให้นักเรียนรู้สึกรักธรรมชาติ”
          “การปลูกมะม่วง ควรนำมะม่วงพันธุ์พื้นเมือง เช่น มะม่วงแก้วมาปลูกเพราะทนต่อสภาพดิน ฟ้า อากาศ โรค และแมลง”
          “โรงเรียนควรปลูกกล้วย เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง”
          “การเลี้ยงสุกรควรเลี้ยงในลักษณะฝึกอาชีพให้กับนักเรียน”
          “ให้จัดทำข้อมูลเด็กว่า ที่ขาดสารอาหารอยู่ในปัจจุบันเป็นเด็กเข้าใหม่หรือเด็กที่เรียนอยู่แล้ว เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับความก้าวหน้าของโครงการ”
          “ให้ศึกษารายกรณีสำหรับเด็กที่มีปัญหามากๆ โดยเจาะลึกถึงครอบครัว แล้วให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ”

          ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕  นายไมตรี  ไนยกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายสะอาด แสงรัตน์ ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย มีความประสงค์ที่จะขยายโครงการด้วยรักแลเห่วงใยในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดหนองคายให้ครอบคลุมครบทุกอำเภอ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อหาทุนขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนทั่วไป และสามารถจัดหาทุนได้ทั้งสิ้น  ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) เงินทุนดังกล่าวนี้ ทางจังหวัดหนองคายมีความประสงค์จะสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยได้ขอพระราชทานอนุญาตขยายโครงการด้วยรักและห่วงใย ไปยังโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย ในเขตอำเภอต่างๆ เพิ่มเติมอีกจำนวน ๒๖ โรงเรียน รวมเป็นโรงเรียนในโครงการทั้งสิ้น ๔๐ โรงเรียน

ในปีต่อมาได้มีการขยายโครงการไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู และปทุมธานี ที่มีสภาพปัญหาใกล้เคียงกับจังหวัดหนองคาย และความสนใจสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ทำให้มีโรงเรียนในโครงการเพิ่มขึ้น ดังนี้
               จังหวัดหนองคาย จำนวน ๕ โรงเรียน 
              จังหวัดบึงกาฬ (แยกจากจังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔) จำนวน  ๓๖ โรงเรียน 
               จังหวัดอุดรธานี  จำนวน ๒๖ โรงเรียน
              จังหวัดหนองบัวลำภู (แยกจากจังหวัดอุดรธานี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖) จำนวน ๑๑ โรงเรียน
                จังหวัดปทุมธานี จำนวน  ๔ โรงเรียน
            รวมโรงเรียนในโครงการ  ๘๑  โรงเรียน และในปี พ.ศ.๒๕๕๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้รับโรงเรียนบ้านโนนสำราญยางเรียน เข้าร่วมในกลุ่มโรงเรียนโครงการด้วยรักและห่วงใย นับเป็นโรงเรียนที่ ๘๒ ในโครงการ

          ด้วยพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีขวัญกำลังใจ สำนึกในพระกรุณาธิคุณ และมีความจงรักภักดี  ก่อเกิดศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ในองค์ผู้ทรงเป็นดั่งประทีปที่จุดความวิริยะ อุตสาหะ ให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นที่เคยแห้งแล้งขาดแคลนและมีข้อจำกัดแทบทุกด้าน ภายใต้แนวพระราชดำรัสที่ทุกคนใฝ่ฝันจะสดับฟัง เพื่อเป็นพลังในการปฏิบัติงานปีแล้วปีเล่าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย โดยมีคำขวัญในการดำเนินงานที่รวบรวมจากพระราชดำรัสแนะนำการทำงานว่า

“ประหยัด อัธยาศัยดี มีความอ่อนน้อม และพร้อมที่จะทำงาน”

          ด้วยหัวใจเทิดทูนที่เป็นหนึ่งเดียว ทุกโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใย ล้วนดำเนินงานอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ ไม่มีข้อตำหนิในการทำงาน ทั้งหมดนี้ เพื่อถวายงานแด่องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของโครงการด้วยรักและห่วงใย

๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ

การดำเนินโครงการด้วยรักและห่วงใย มีวัตถุประสงค์สำคัญในการดำเนินการอยู่ 4 ประการ

๑. เพื่อแก้ไขภาวะทุพโภชนาการ ให้นักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดี

๒. เพื่อส่งเสริมความสามารถในการประกอบอาชีพของนักเรียน

๓. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีคุณภาพ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมได้อย่างมีความสุข

๔. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม

๕. เพื่อเรียนรู้แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันในกลุ่มโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใย

๓. แนวทางการปฏิบัติงานของโรงเรียน

โรงเรียนในโครงการตามระพระราชดำริฯ ทุกโรงเรียน จะต้องเน้นในการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ทั้ง ๔ ด้าน ดังกล่าวเป็นองค์ประกอบร่วมกัน อย่างไรก็ตามโรงเรียนสามารถคิดค้นและแสวงหาแนวทางเลือกในการพัฒนาตามศักยภาพ ความต้องการและความสนใจ โดยยึดแนวปฏิบัติ ดังนี้

๓.๑ ศึกษาพระราชกระแสรับสั่ง ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมโรงเรียนและแนวพระราชดำริต่างๆ ที่ปรากฏให้ความเข้าใจชัดเจนและลึกซึ้ง
          ๓.๒ จัดทำแผน โครงการ/กิจกรรม ให้สนองต่อพระราชดำริในแต่ละด้าน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของ คณะครู กรรมการโรงเรียน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
           ๓.๓ ดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยึดหลักการดังนี้
                ๓.๓.๑ ความพร้อมด้านอาคารสถานที่ สื่อและอุปกรณ์
                  ๓.๓.๒ ผนึกกำลังกับชุมชน
                ๓.๓.๓ เน้นคุณภาพกิจกรรมการเรียนการสอน

๓.๔ ประสานงานกับชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมดำเนินงานให้บรรลุผล
           ๓.๕ บันทึกข้อมูลที่สำคัญๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานไว้อย่างมีระบบต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทำบัญชีรายงการสิ่งของ วัสดุ ครุภัณฑ์ และงบประมาณที่ทรงพระราชทานให้แก่โรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลในการรายงาน เพื่อทราบฝ่าละอองพระบาท และผู้เกี่ยวข้องได้ทราบ
            ๓.๖ รายงานผลการดำเนินงานตามลำดับ

๔. หลัก/แนวทางในการพัฒนาโรงเรียน

จากกระแสพระราชดำรัสและแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานไว้เป็นแนวทางในการพัฒนาโรงเรียนตามวโรกาสและสถานที่ต่างๆ ผนวกกับประสบการณ์ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ทางโครงการจึงกำหนดเป็นกรอบกว้างเป็นแนวทางให้โรงเรียนดำเนินให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนี้

๔.๑ มีการจัดบรรยากาศของโรงเรียนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม มีการอนุรักษ์วิธีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยไม่นำความทันสมัย ความเป็นเมือง หรือความสะดวกสบายเข้าไปในโรงเรียนมากเกินไป

๔.๒ มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นในการแก้ไขภาวะทุพโภชนาการและสุขภาพอนามัยด้านอื่นๆ ของนักเรียนอย่างจริงจัง มีข้อมูล การบันทึกผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและชัดเจน มีการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพนำผลผลิตมาประกอบอาหารให้นักเรียนรับประทานอาหารได้ตลอดปี ส่วนหนึ่งสามารถจำหน่ายให้เกินการหมุนเวียนของเงินทุนในการดำเนินงาน จนสามารถพึ่งตนเองได้ในระยะยาว

๔.๓ จัดห้องสมุดในโรงเรียนได้อย่างมีมาตรฐาน มีหนังสือที่มีคุณภาพสำหรับการค้นคว้าของนักเรียนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาและมีการจัดห้องสมุดหรือมุมสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างทั่วหน้าและเสมอภาคกันโดยมีการจัดในรูปแบบที่เหมาะสม

๔.๔ มีการสอนอาชีพให้แก่นักเรียนอย่างน้อยคนละ ๑ อาชีพ โดยเน้นการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนมีทักษะและความชำนาญ รวมทั้งมีการอบรมสั่งสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม ในการประกอบอาชีพควบคู่ไปในการสอนตลอดเวลา และหากเป็นอาชีพที่ใช้ทักษาฝีมือ มีการเน้นเรื่องความละเอียด ประณีตและสวยงามเป็นพิเศษ

โดยที่โรงเรียนในโครงการพระราชดำริทุกโรง จะต้องมีหลักและแนวทางพัฒนาทั้ง 4 ประการดังกล่าวเป็นองค์ประกอบร่วมกัน อย่างไรก็ตามโรงเรียนยังสามารถคิดค้นและแสวงหาทางเลือกในการพัฒนานอกเหนือไปจากที่กล่าวมาแล้วนี้ให้ดีเด่นเป็นพิเศษได้ตามศักยภาพ ความต้องการและความสนใจของตนเอง

๕. กิจกรรมการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใย

            การดำเนินงานโครงการด้วยรักและห่วงใยของโรงเรียนในโครงการทุกโรงเรียน ได้เจริญรอยตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โครงการสำคัญที่โรงเรียนดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

                 ๕.๑  โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
               ๕.๒  โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน
                 ๕.๓  โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
               ๕.๔  โครงการฝึกอาชีพ
                 ๕.๕  โครงการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน
                ๕.๖  โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น
               ในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ให้เป็นไปตามสภาพความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ของแต่ละโรงเรียน เป็นสำคัญ

๖. โรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใย

            ปัจจุบัน มีโรงเรียนในพื้นที่  ๕  จังหวัด  ๑๐ เขตพื้นที่การศึกษา  ที่ร่วมดำเนินงานโครงการด้วยรักและห่วงใย จำนวนทั้งสิ้น  ๘๒ โรงเรียน 

   

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ :โครงการด้วยรักและห่วงใย

ที่อยู่ : สพป.บึงกาฬ 511 หมู่ 7 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ 38000

โทรศัพท์ : 0891044756

ไอพีคุณ
: 54.167.18.170
วันที่เริ่มนับ
: 02/05/2559
วันที่ปัจจุบัน
: 21/11/2561
ผู้ชมออนไลน์
: 3
จำนวนผู้เข้า
: 177362